บทที่ 2 หงส์ฟ้าคืนรัง และจุดเริ่มต้นของความพินาศ
ปัง!
ประตูรถโรลส์-รอยซ์ แฟนทอม คันหรูถูกปิดลง ปิดกั้นเสียงสายฝนและเสียงฟ้าร้องดังกึกก้องไว้ภายนอก ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและตกแต่งด้วยหนังแท้ชั้นดี อุณหภูมิถูกปรับให้อบอุ่นพอเหมาะเพื่อไล่ความหนาวเหน็บจากร่างบางที่เปียกปอน
‘ลุงหวัง’ พ่อบ้านใหญ่แห่งตระกูลกู้รีบส่งผ้าขนหนูผืนหนาที่ทอจากขนแกะออร์แกนิกให้กับหญิงสาวด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ดวงตาฝ้าฟางของชายชราเต็มไปด้วยความรันทดเมื่อเห็นสภาพของคุณหนูใหญ่ที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่ยังเป็นทารก
"คุณหนู... ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองเปียกปอนขนาดนี้ครับ ดูสิครับ เสื้อผ้าราคาถูกพวกนี้มันบาดผิวคุณหนูไปหมดแล้ว" ลุงหวังเอ่ยเสียงเครือ พลางมองชุดเดรสสีขาวเรียบง่ายที่มีรอยเปื้อนจากการทำครัว "ไอ้พวกตระกูลฟู่มันตาบอดแท้ๆ ที่กล้าเหยียบย่ำเพชรเม็ดงามของตระกูลกู้!"
‘กู้หว่านอี’ (หรือที่ตระกูลฟู่รู้จักในชื่อ หลินหว่านอี) รับผ้าขนหนูมาซับผมที่เปียกชื้นของตนเองอย่างเงียบๆ แววตาที่เคยอ่อนโยนและยอมคน บัดนี้เหลือเพียงความเยือกเย็นที่ลึกล้ำเกินหยั่งถึง
"ลุงหวังคะ โยนโทรศัพท์เครื่องนี้ทิ้งไปซะ" หว่านอีส่งโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าหน้าจอแตกร้าวที่เธอใช้มาตลอดสามปี ให้กับพ่อบ้านชรา "แล้วเตรียมชุดใหม่ให้ฉันด้วย เสื้อผ้าและเครื่องประดับราคาถูกพวกนี้... ให้มันจบลงที่นี่พร้อมกับความโง่เขลาของฉันเถอะ"
"รับทราบครับคุณหนู!" ลุงหวังรับคำอย่างแข็งขัน "ผมได้เตรียมชุดเดรสจากห้องเสื้อชาแนลคอลเลกชันล่าสุดไว้ที่เบาะหลังแล้วครับ ส่วนเรื่องพวกตระกูลฟู่... จะให้ผมส่งคนไป 'จัดการ' คืนนี้เลยไหมครับ?"
มุมปากของกู้หว่านอียกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ "ไม่ต้องรีบร้อนหรอกลุงหวัง การทำลายพวกมันในคืนเดียวมันง่ายเกินไป... ฟู่ซือเยว่และผู้หญิงคนนั้นกล้าเหยียบย่ำความรักสามปีของฉัน ฉันจะค่อยๆ ริบทุกอย่างที่พวกมันภูมิใจ ทุบหม้อข้าวที่มันกิน และทำให้พวกมันต้องคลานมาคุกเข่าขอร้องฉันด้วยความสิ้นหวัง... ไปกันเถอะ กลับบ้านของเรา"
ขบวนรถโรลส์-รอยซ์นับสิบคันเคลื่อนตัวฝ่าสายฝนออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งคฤหาสน์ตระกูลฟู่ไว้เบื้องหลังราวกับเป็นเพียงเศษซากปรักหักพังที่ไร้ค่า
ย้อนกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลฟู่
"นี่มัน... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!?" ฟู่ซือเยว่ยังคงทรุดเข่าอยู่กับพื้นห้องนั่งเล่น ดวงตาคมกริบของเขาเบิกกว้างจ้องมองฝ่าความมืดออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ภาพบอดี้การ์ดนับสิบและขบวนรถมหาเศรษฐียังคงติดตาเขา ภาพที่ผู้ชายวัยกลางคนโค้งคำนับให้ผู้หญิงที่เขาเพิ่งจะโยนใบหย่าใส่หน้า
ยินดีต้อนรับคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ กลับสู่ตระกูลครับ!!
ประโยคนี้ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทตอกย้ำความจริงที่น่าเหลือเชื่อ
"ซือ... ซือเยว่คะ" ป๋ายรั่วซีที่ยืนหน้าซีดเผือดรีบเข้าไปประคองแขนของฟู่ซือเยว่ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น แต่ลึกๆ แล้วเต็มไปด้วยความริษยา "พี่หว่านอี... เธอเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้จริงๆ อย่างนั้นเหรอคะ? ตระกูลกู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจครึ่งหนึ่งของประเทศเราน่ะเหรอ?"
"จะเป็นไปได้ยังไง!!" คุณนายฟู่แผดเสียงแหลมปรี๊ดเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดกลัวในใจของตนเอง ร่างท้วมของเธอสั่นเทาเล็กน้อย "นังเด็กกำพร้าหิวเงินนั่นเนี่ยนะจะเป็นคุณหนูตระกูลหมื่นล้าน! ถ้ามันรวยขนาดนั้น มันจะยอมมาเป็นคนใช้ซักกางเกงในให้ลูกชายฉันมาตั้งสามปีทำไม! มันต้องเป็นแผน! ใช่! มันต้องเป็นแผนลวงโลกแน่ๆ!"
ฟู่ซือเยว่หันขวับไปมองแม่ของตน "แผนอะไรครับแม่?"
"แกก็คิดดูสิซือเยว่!" คุณนายฟู่ทำท่าทางขึงขัง "นังหว่านอีมันไม่อยากหย่ากับแก มันก็เลยไปจ้างพวกนักแสดงตัวประกอบมาจัดฉากเล่นละครตบตาพวกเราน่ะสิ! รถโรลส์-รอยซ์พวกนั้นก็คงไปเช่าเต็นท์รถมือสองมาขับล้อมหน้าล้อมหลังให้ดูรวย! ถุย! ผู้หญิงชั้นต่ำก็ยังเป็นผู้หญิงชั้นต่ำอยู่วันยังค่ำ!"
คำพูดของคุณนายฟู่ทำให้ป๋ายรั่วซีรีบผสมโรงทันที "จริงด้วยค่ะซือเยว่ พี่หว่านอีคงเสียใจมากที่คุณขอหย่าเพื่อมารับผิดชอบฉันกับลูกในท้อง เธอเลยใช้วิธีสิ้นคิดแบบนี้เพื่อข่มขู่คุณ... โธ่ พี่หว่านอีช่างน่าสงสารเหลือเกิน เธอคงสติแตกไปแล้ว"
ฟู่ซือเยว่นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ความสับสนตีวนอยู่ในหัว แต่เมื่อนึกถึงท่าทีจืดชืดและการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาถูกของหลินหว่านอีตลอดสามปีที่ผ่านมา ความหยิ่งผยองในตัวเขาก็เริ่มกลับคืนมา
ใช่... ผู้หญิงที่ต้องพึ่งพาเงินเดือนจากเขา ผู้หญิงที่แอบอ้างความดีความชอบของรั่วซีเรื่องหมอเทวดา ไม่มีทางที่จะเป็นทายาทตระกูลกู้ผู้ยิ่งใหญ่ได้!
"เหลวไหลสิ้นดี!" ฟู่ซือเยว่ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่กางเกงอย่างหัวเสีย "ฉันเกือบจะตกหลุมพรางละครปาหี่ของยัยนั่นแล้ว ปล่อยเธอไปเถอะ! ออกไปตัวเปล่าแบบนั้น เดี๋ยวไม่เกินสามวันก็ต้องซมซานกลับมาคุกเข่าขอร้องขอเศษเงินจากฉันอยู่ดี!"
ฟู่ซือเยว่โอบไหล่ป๋ายรั่วซีที่กำลังแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่า... 'นรก' ของจริงกำลังจะมาเยือนในเช้าวันรุ่งขึ้น
คฤหาสน์หลักตระกูลกู้ ย่านใจกลางเมือง
เมื่อขบวนรถแล่นผ่านประตูเหล็กดัดสีทองอร่ามที่สลักตราสัญลักษณ์ 'ตระกูลกู้' เข้ามา กู้หว่านอีก็พบว่าคฤหาสน์หลังมหึมาที่สว่างไสวราวกับพระราชวังกำลังรอคอยเธออยู่
ที่หน้าประตูคฤหาสน์ ชายชราผู้มีใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความเมตตาทว่าแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของผู้ทรงศีลและปรมาจารย์ กำลังยืนถือไม้เท้าด้วยมือที่สั่นเทา ข้างกายเขามีชายหญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าหล่อเหลาและงดงามราวกับถอดพิมพ์เดียวกันกับหว่านอียืนน้ำตาคลออยู่
"คุณปู่... คุณพ่อ... คุณแม่..."
ทันทีที่กู้หว่านอีก้าวลงจากรถ เธอก็โผเข้ากอด 'อาจารย์ลู่' (กู้จง) ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนผู้เร้นกาย ผู้เป็นปู่แท้ๆ ของเธอ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้พังทลายลงมาในที่สุด
"หลานโง่... หลานสาวคนโง่ของปู่" อาจารย์ลู่ลูบผมหลานสาวสุดที่รักด้วยความปวดใจ "ปู่บอกแล้วใช่ไหมว่าไอ้เด็กตระกูลฟู่นั่นมันมีบุญตาแต่หาสายตาไม่! ตอนที่หลานมาคุกเข่าตากฝนสามวันสามคืนขอร้องให้ปู่ลงเขาไปรักษาพิษให้มัน ปู่ก็รู้แล้วว่าสักวันหลานจะต้องเสียใจ!"
"หว่านอีของแม่ ลูกผอมไปตั้งเยอะ!" ฮูหยินกู้โฮมเข้ามากอดลูกสาวพร้อมกับร้องไห้ "ไอ้พวกเดรัจฉานตระกูลฟู่ แม่จะให้พ่อของลูกส่งคนไปถล่มบ้านมันเดี๋ยวนี้เลย!"
ประธานกู้ บิดาของเธอผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจของประเทศขบกรามแน่น "หว่านอี แค่ลูกเอ่ยปาก พ่อจะทำให้ตระกูลฟู่หายไปจากแผนที่ธุรกิจของประเทศนี้ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง!"
กู้หว่านอีผละออกจากอ้อมกอดของครอบครัว เธอเช็ดน้ำตาและสูดลมหายใจลึก ดวงตาของเธอกลับมาฉายแววเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นอีกครั้ง รังสีความกดดันแบบเดียวกับที่ทำให้ฟู่ซือเยว่ต้องชะงัก แผ่ซ่านออกมาจนประธานกู้ยังต้องเลิกคิ้วประหลาดใจ
"ไม่ต้องหรอกค่ะคุณพ่อ" กู้หว่านอีเหยียดยิ้มร้ายกาจ "เกมนี้... ลูกขอเล่นเอง"
เธอหันไปหาพ่อบ้านหวังที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านข้าง
"ลุงหวังคะ ติดต่อ 'เฉินซิง' เลขาของฉันที่ดูแล 'กองทุนลับ' ให้ที" กู้หว่านอีออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "สั่งให้ระงับการอัดฉีดเม็ดเงินทั้งหมดที่สนับสนุนฟู่กรุ๊ปอยู่ และ... ติดต่อธนาคารทุกแห่ง ดึงเช็คและยกเลิกการค้ำประกันเงินกู้ของตระกูลฟู่ทั้งหมดซะ"
"รับทราบครับคุณหนูใหญ่!" ลุงหวังโค้งรับคำสั่งด้วยความตื่นเต้น นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เห็นความเด็ดขาดของทายาทอันดับหนึ่งแห่งตระกูลกู้!
กู้หว่านอีหันมองออกไปที่หน้าต่าง บดบังภาพพายุฝนด้านนอกด้วยสายตาที่เย็นเยียบยิ่งกว่า
ฟู่ซือเยว่... สัญญาพันธมิตรจากต่างประเทศที่คุณภูมิใจนักหนา คุณคิดจริงๆ เหรอว่าผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างป๋ายรั่วซีจะเป็นคนหามาให้คุณได้? พรุ่งนี้เช้า... เตรียมตัวรับของขวัญวันหย่าจากฉันได้เลย!
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ตึกระฟ้าสำนักงานใหญ่ ฟู่กรุ๊ป
ฟู่ซือเยว่เดินก้าวเข้ามาในบริษัทด้วยท่าทางองอาจและมั่นใจในตัวเอง เขาเพิ่งตกลงเซ็นสัญญาหย่าขาดกับผู้หญิงที่น่าเบื่อหน่าย และกำลังจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับป๋ายรั่วซี รักแรกที่กำลังอุ้มท้องลูกของเขา วันนี้ควรจะเป็นวันที่สดใสที่สุดในชีวิต
แต่ทันทีที่เขาก้าวลงจากลิฟต์ส่วนตัวเข้าสู่ชั้นผู้บริหาร เขาก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นสภาพความวุ่นวายระดับโลกาวินาศ พนักงานวิ่งพล่านไปมา โทรศัพท์บนโต๊ะเลขาหน้าห้องดังระงมไม่หยุดหย่อนราวกับมีสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้
"เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!?" ฟู่ซือเยว่ตวาดลั่น
'หลี่ฮ่าว' เลขาคนสนิทวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวราวกับกระดาษ เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผาก "ท... ท่านประธานครับ! แย่แล้วครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
"มีอะไรก็ค่อยๆ พูด! แกจะทำหน้าตื่นตระหนกไปทำไม ฟู่กรุ๊ปของเราตอนนี้แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรมแล้วนะ!" ฟู่ซือเยว่ดุ
"ม... ไม่ใช่แล้วครับท่านประธาน!" หลี่ฮ่าวกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะละล่ำละลักรายงาน "เมื่อสิบนาทีก่อน... 'ห่าวเทียนแคปปิตอล' ซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่และพาร์ทเนอร์ต่างประเทศที่... ที่คุณป๋ายรั่วซีเป็นคนดึงมา จู่ๆ พวกเขาก็ประกาศ ยกเลิกสัญญา การลงทุนทั้งหมดอย่างกะทันหันครับ!"
"อะไรนะ!?" ฟู่ซือเยว่เบิกตากว้าง คว้าคอเสื้อเลขาของตัวเอง "เป็นไปไม่ได้! เราเพิ่งเซ็นสัญญาไปเมื่อเดือนที่แล้ว พวกเขาจะยกเลิกได้ยังไง! แล้วค่าปรับล่ะ พวกเขาต้องจ่ายค่าปรับมหาศาลนะ!"
"พ... พวกเขาบอกว่ายินดีจ่ายค่าปรับทั้งหมดครับ! แต่ปัญหาคือ..." หลี่ฮ่าวเสียงสั่นจนแทบจะร้องไห้ "ไม่ใช่แค่ห่าวเทียนแคปปิตอลครับท่านประธาน! ธนาคารใหญ่ทั้งห้าแห่งที่เรากำลังทำเรื่องขอกู้เงินมาหมุนเวียนในโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ จู่ๆ ก็ส่งจดหมายระงับการปล่อยกู้ทั้งหมด! แถมยัง... แถมยังส่งทนายมาทวงหนี้เก่าทั้งหมดคืนภายใน 24 ชั่วโมงด้วยครับ!"
ฟู่ซือเยว่รู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่ศีรษะอย่างแรง โลกทั้งใบหมุนเคว้ง ร่างสูงซวนเซจนต้องถอยไปพิงผนังกระจก
"เป็นไปไม่ได้... ใคร... ใครมันมีอำนาจล้นฟ้าขนาดที่สั่งการธนาคารและนักลงทุนต่างชาติพร้อมกันได้ในคืนเดียว!?"
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของฟู่ซือเยว่ก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่เป็นเบอร์สวยระดับ VIP ที่มีแต่พวกมหาเศรษฐีชั้นแนวหน้าเท่านั้นที่ครอบครองได้
เขาค่อยๆ กดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา "ฮัลโหล..."
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่น้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างประหลาดจะดังขึ้น
(อรุณสวัสดิ์ค่ะ อดีตสามี...) ฟู่ซือเยว่เบิกตากว้างแทบถลน "หลินหว่านอี!? นี่เธอ... เธอโทรมาทำไม! หรือว่าเธอสำนึกผิดแล้วอยากจะขอร้องฉัน!?"
ปลายสายหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง
(ขอร้องงั้นเหรอ? ฟู่ซือเยว่... คุณยังหลงตัวเองไม่เปลี่ยนเลยนะ ฉันแค่โทรมาถามว่า... ของขวัญต้อนรับเช้าวันใหม่ที่ฉันส่งไปให้ ถูกใจประธานฟู่หรือเปล่าคะ?)
"ของขวัญ... อย่าบอกนะว่าเรื่องทั้งหมดนี้..."
(ใช่ค่ะ ห่าวเทียนแคปปิตอลเป็นเพียงบริษัทเปลือกหอยของตระกูลกู้ และเส้นสายธนาคารทั้งหมดก็คือเงินอัดฉีดจากฉันเอง... ฟู่ซือเยว่ คุณบอกว่าเงินที่ฉันช่วยพยุงบริษัทเป็นแค่เศษเงินไม่ใช่เหรอ? งั้นก็ลองใช้ความสามารถของคุณกับผู้หญิงแพศยาคนนั้น... กอบกู้ฟู่กรุ๊ปที่กำลังจะล้มละลายดูอีกรอบสิคะ)
ติ๊ด.
สายถูกตัดไปแล้ว ทิ้งให้ฟู่ซือเยว่ยืนตัวแข็งทื่อ โทรศัพท์ร่วงหล่นจากมือกระแทกพื้นเสียงดัง ในหัวของเขาพลันนึกถึงคำขู่ก่อนจากไปของหลินหว่านอีเมื่อคืนนี้
เพราะนับจากนี้... อย่าหวังว่าฉันจะปรานีตระกูลฟู่อีก!
หายนะเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!
